หน้าแรก > นักลงทุนสัมพันธ์ > ข้อมูลบริษัท > สาส์นจากประธานกรรมการ
:
ราคาหุ้น :

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

เมื่อปี 2559 ประเทศเราได้ประสบความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทำให้ปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นพสกนิกรของพระองค์มีความเศร้าโศกเสียใจไปทั้งประเทศนั้น ในช่วงระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ได้มีการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นวันถวายพระเพลิง ในการนี้คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้พสกนิกรได้ไปร่วมกันถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ในการพระราชพิธีนี้ได้มีการสร้างพระเมรุมาศตามโบราณราชเพณีและอาคารประกอบ เช่น พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุนตามสถาปัตยกรรมไทยได้อย่างสวยงามสมกับพระเกียรติทุกประการ

ผมขอเรียนว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 ถือเป็นปีแรกที่มีการขยายตัวขึ้น ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2560 ขยายตัวได้มากกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโตดี แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้สึกว่าฐานะการเงินของตัวเองดีขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะการเติบโตของเศรษฐกิจยังกระจุกตัวอยู่เพียงบางส่วน ยังไม่ส่งผ่านไปยังภาคการผลิต การลงทุน และเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มที่ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรลดต่ำลง ทำให้รายได้ภาคเกษตรลดลง ในขณะที่หนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง คนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ จึงทำให้ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น สวนทางกับตัวเลขที่ขยายตัวดี แต่อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนในการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เริ่มเป็นรูปธรรมขึ้น เช่น การเริ่มดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสแรก กรุงเทพ-นครราชสีมา ที่มีวงเงินลงทุนสูงถึง 179,413 ล้านบาท ได้จัดพิธีเริ่มการก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ก็จะทำให้การลงทุนของภาคเอกชนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามมา นอกจากนั้น การเลือกตั้งที่มีความชัดเจนขึ้นว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ส่งผลดีให้กับความมั่นใจในการลงทุนโดยภาพรวมของประเทศด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามขอเรียนว่า ปี 2560 ที่ผ่านมาเป็นปีที่เราต้องเผชิญกับความเหนื่อยยากอีกปีหนึ่ง เนื่องจากความผันผวนของตลาดการเงินที่มีการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (B/E) ของบริษัทจดทะเบียนในช่วงปลายปี 2559 และลามต่อเนื่องมาปี 2560 โดยได้มีบริษัทจดทะเบียนผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการที่จะลงทุนในตั๋วแลกเงินหมดไป จนนำไปสู่การหยุดการลงทุนในตั๋วแลกเงินโดยสิ้นเชิง วิกฤติการณ์ตั๋วแลกเงินดังกล่าวจึงส่งผลกระทบโดยตรงกับบริษัทในการบริหารจัดการทางการเงิน ทำให้ยากต่อการหาแหล่งเงินทุนและทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ถึงแม้ว่าในขณะที่เราต้องแก้ปัญหาต่างๆดังกล่าว แต่ในอีกทางหนึ่งเราก็ยังคงต้องแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจ ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการลงนามร่วมกันระหว่างบริษัท คราวน์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ TFD กับ Beauty Honour Enterprises Limited บริษัทในกลุ่มของ Country Garden Group บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกันจัดตั้งบริษัท บีจีวาย แอนด์ ทีเอฟดี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เพื่อดำเนินโครงการคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยย่านรัชดาภิเษก-เทียมร่วมมิตร บนเนื้อที่ขนาด 8 ไร่เศษ มีอาคารสูง 34 ชั้น 4 อาคาร พื้นที่รวม 123,470 ตารางเมตร เป็นพื้นที่ขายเกือบ 70,000 ตารางเมตร มีห้องพัก 1,337 ห้อง นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นสำนักงานและ Community Mall อีกส่วนหนึ่ง มีมูลค่าโครงการประมาณ 6,800 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถก่อสร้างเสร็จและโอนให้ลูกค้าได้ประมาณไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 การร่วมทุนกับพันธมิตรในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 2 บริษัทกำลังเร่งการดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาดำเนินการได้ภายในปี 2561 ซึ่งก็จะทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานในปี 2561 ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก

ผมขอเรียนด้วยความเชื่อมั่นว่า ปี 2561 ผลประกอบการของทีเอฟดีจะกลับมาทำกำไรและคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

บริษัทฯ ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือ ร่วมใจกันของบุคลากรของบริษัทฯ และขอขอบคุณในการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า สถาบันการเงิน สื่อสารมวลชน นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนทั่วไป บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บริษัทฯ จะได้รับความไว้วางใจและได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีเช่นนี้ตลอดไป



ขอขอบพระคุณ
ดร.สุนทร เสถียรไทย
ประธานกรรมการ